ราคาน้ำมันดิบจ่อขยับขึ้น จากความต้องการจากจีนพุ่งรับเปิดประเทศ
ราคาน้ำมันดิบในเอเชียย่อตัวเล็กน้อย แต่แนวโน้มยังขาขึ้นจากความต้องการเพิ่มขึ้น รับการฟื้นตัวเศรษฐกิจโลกและความต้องการจากจีน
ราคาน้ำมันดิบในตลาดเอเซียวันนี้ (21 ก.พ.)ย่อตัวลงเล็กน้อย จากค่าเงินดอลลาร์แข็งค่าขึ้นและนักลงทุนรอรายงานการประชุมธนาคารกลางสหรัฐ(เฟด) เพื่อประเมินทิศทางดอกเบี้ยของเฟดในปลายสัปดาห์นี้ ขณะที่อุปสงค์น้ำมันมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น
น้ำมันดิบเบรนท์ ลดลง 59 เซ็นต์ หรือ 0.5% เคบื่อนไหวที่ 83.57 ดอลลาร์/บาร์เรล ส่วนนำ้มันดิบ WTI ขยับขึ้น 78 เซ็นต์ หรือ 1.02% เคลื่อนไหวที่ 77.12 ดอลลาร์/บาร์เรล
ทีมวิเคราะห์ตลาดต่างประเทศ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) รายงานว่าราคาน้ำมันดิบ ICE Brent และ NYMEX WTI เฉลี่ยสัปดาห์ที่ผ่านมาปรับตัวเพิ่มขึ้น จากอุปสงค์น้ำมันโลกมีแนวโน้มฟื้นตัว โดย IEA รายงานอุปสงค์น้ำมันโลกในปี 2565 เพิ่มขึ้น 2.3 ล้านบาร์เรลต่อวัน จากปีก่อนหน้า มาอยู่ที่ 99.96 ล้านบาร์เรลต่อวัน (ปรับเพิ่มจากประมาณการณ์ครั้งก่อน 0.1 ล้านบาร์เรลต่อวัน) และคาดการณ์ในปี 2566 เพิ่มขึ้น 1.96 ล้านบาร์เรลต่อวัน จากปีก่อนหน้า มาอยู่ที่ 101.92 ล้านบาร์เรลต่อวัน (ปรับเพิ่มจากครั้งก่อน 0.2 ล้านบาร์เรลต่อวัน) จากอุปสงค์ของจีนฟื้นตัวแข็งแกร่ง
คาดว่าปี 2566 อุปสงค์จีนจะเพิ่มขึ้น 0.9 ล้านบาร์เรลต่อวัน จากปีก่อนหน้า (เกือบครึ่งของอัตราการเติบโตของอุปสงค์โลก) มาอยู่ที่ 15.91 ล้านบาร์เรลต่อวัน และชี้ว่าการเปิดประเทศของจีนจะกระตุ้นการบิน ผลักดันให้อุปสงค์ Jet/Kerosene ของโลกในปี 2566 เพิ่มขึ้น 1.1 ล้านบาร์เรลต่อวัน จากปีก่อนหน้า มาอยู่ที่ 7.2 ล้านบาร์เรลต่อวัน คิดเป็น 90% ของอุปสงค์ในปี 62 ก่อนเกิด COVID-19
อย่างไรก็ตาม ตลาดกังวลต่อการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายของธนาคารกลางสหรัฐฯ (Federal Reserve: Fed) หลังตัวเลขทางเศรษฐกิจมีทิศทางที่ดีขึ้น อาทิ ดัชนีราคาผู้บริโภคสหรัฐฯ (Consumer Price Index: CPI) ซึ่งบ่งชี้อัตราเงินเฟ้อ ในเดือน ม.ค. 2565 อยู่ที่ 6.4% ต่ำสุดในรอบกว่า 2 ปี ขณะที่ยอดขอรับสวัสดิการว่างงานครั้งแรก (Initial Jobless Claims) สัปดาห์สิ้นสุด 11 ก.พ. 2566 ลดลง 1,000 ราย จากสัปดาห์ก่อน มาอยู่ที่ 194,000 ราย ซึ่งจะทำให้ Fed อาจเดินหน้าปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายต่อเนื่อง
ล่าสุด ผลสำรวจจาก Reuters คาดการณ์ว่า Fed จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายอีก 0.25% จากระดับปัจจุบัน สู่ระดับ 4.75 – 5.0% ในการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (Federal Open Market Committee: FOMC) ในเดือน มี.ค. 2566 ขณะที่ Bank of America (BoA) คาดการณ์ว่า Fed จะขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายอีกครั้งละ 0.25% ในเดือน มี.ค. 2566 และเดือน มิ.ย. 2566 สู่ระดับ 5.25-5.50% ซึ่งจะกดดันเศรษฐกิจและราคาน้ำมัน
ในทางเทคนิค สัปดาห์นี้คาดว่าราคา ICE Brent จะเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบ 82 - 87 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรล
ปัจจัยที่กระทบต่อราคาน้ำมันดิบในเชิงบวก
- EIA, IEA และ OPEC คาดการณ์อุปสงค์น้ำมันโลกปี 2566 เพิ่มขึ้น 1.8 ล้านบาร์เรลต่อวัน จากปีก่อนหน้า มาอยู่ที่ 101.4 ล้านบาร์เรลต่อวัน (ปรับเพิ่มจากคาดการณ์ครั้งก่อน 0.1 ล้านบาร์เรลต่อวัน)
- IEA รายงานจีนนำเข้าน้ำมันดิบจากรัสเซีย ในเดือน ม.ค. 2566 เพิ่มขึ้น 0.5 ล้านบาร์เรลต่อวัน จากเดือนก่อนหน้า อยู่ที่ 2.1 ล้านบาร์เรลต่อวัน สูงสุดเป็นประวัติการณ์ ขณะที่ Reuters รายงานอินเดียนำเข้าน้ำมันดิบจากรัสเซีย ในเดือน ม.ค. 2566 เพิ่มขึ้น 0.1 ล้านบาร์เรลต่อวัน จากเดือนก่อนหน้า อยู่ที่ 1.4 ล้านบาร์เรลต่อวัน สูงสุดเป็นประวัติการณ์
ปัจจัยที่กระทบต่อราคาน้ำมันดิบในเชิงลบ
- EIA คาดการณ์สหรัฐฯ ผลิตน้ำมันดิบในปี 2566 เพิ่มขึ้น 0.6 ล้านบาร์เรลต่อวัน จากปีก่อนหน้า อยู่ที่ 12.5 ล้านบาร์เรลต่อวัน สูงสุดเป็นประวัติการณ์
- IEA รายงานปริมาณสำรองน้ำมันขององค์การเพื่อความร่วมมือและการพัฒนาทางเศรษฐกิจ (Organization for Economic Co-operation and Development: OECD) ในเดือน ม.ค. 2566 เพิ่มขึ้น 27.9 ล้านบาร์เรล จากเดือนก่อนหน้า มาอยู่ที่ 2,795 ล้านบาร์เรล สูงสุดในรอบเกือบ 2 ปี อย่างไรก็ดี ต่ำกว่าค่าเฉลี่ย 5 ปี อยู่ 78 ล้านบาร์เรล
BTC
ETH
DOGE
ADA
BNB
KUB